เสฉวน เปลี่ยนอดีต ‘พื้นที่เหมืองแร่’ สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสีเขียว
- PR NEWS FOCUS

- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

แม่น้ำต้าตู้ มณฑลเสฉวน (ภาพ: People's Daily)
อำเภอสือเหมียน มณฑลเสฉวนของจีน ซึ่งเคยได้รับสมญานามว่า "อาณาจักรแร่ใยหิน" กำลังพลิกโฉมจากพื้นที่เหมืองแบบดั้งเดิมสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน หลังทรัพยากรแร่ใยหินทยอยหมดลง อำเภอที่เคยพึ่งพาการทำเหมืองจึงหันมาพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ บริษัทรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมสังกะสี ซึ่งนำกากแร่ที่เคยเป็นของเสียกลับมาแปรรูปเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า สามารถกำจัดกากอุตสาหกรรมได้ปีละ 150,000 ตัน สร้างมูลค่าผลผลิตประมาณ 150 ล้านหยวนต่อปี พร้อมรีไซเคิลโลหะสำคัญ เช่น อินเดียม เจอร์เมเนียม วาเนเดียม สังกะสี และตะกั่ว
ขณะเดียวกัน บริษัทผู้ผลิตวัสดุแอโนดสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมกำลังลงทุนปรับปรุงสายการผลิตมูลค่า 55 ล้านหยวน โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบภายในปลายเดือนกรกฎาคมปีนี้ ส่งผลให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 30

เขตอุตสาหกรรมอำเภอสือเหมียน (ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำอำเภอสือเหมียน)
ผลจากการยกระดับอุตสาหกรรมทำให้ไตรมาสแรกของปีนี้ สือเหมียนมีมูลค่าผลผลิตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 3.27 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.28 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ปี 2025 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของอำเภออยู่ที่ 15,173 ล้านหยวน และได้รับการจัดอันดับเป็นอำเภอที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจโดดเด่นของมณฑลเสฉวนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
ปัจจุบัน สือเหมียนมุ่งพัฒนา 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ พลังงานสะอาด เคมีภัณฑ์สีเขียว และวัสดุขั้นสูง โดยกำลังเร่งก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำและโครงการพลังงานแสงอาทิตย์หลายแห่ง คาดว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดรวมจะเกิน 6 ล้านกิโลวัตต์ นอกจากนี้ นิคมอุตสาหกรรมวัสดุคอมโพสิตแคลเซียมคาร์บอเนตแห่งใหม่มีกำลังการผลิตผงแคลเซียมคาร์บอเนต 4.2 ล้านตัน คิดเป็นประมาณร้อยละ 12 ของกำลังการผลิตทั้งประเทศจีน

นิคมอุตสาหกรรมวัสดุคอมโพสิตแคลเซียมคาร์บอเนต (ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำอำเภอสือเหมียน)
ด้านสิ่งแวดล้อม สือเหมียนเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่เหมืองเดิมและควบคุมมลพิษอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีตลอด 4 ปีที่ผ่านมา คุณภาพน้ำในแม่น้ำต้าตู้ช่วงที่ไหลผ่านสือเหมียนอยู่ในระดับมาตรฐานชั้น 1 และจำนวนแพนด้ายักษ์ในพื้นที่เพิ่มจาก 25 ตัวเป็น 33 ตัว สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่เหมืองสู่เมืองสีเขียวที่เติบโตอย่างยั่งยืน

แหล่งประวัติศาสตร์การข้ามแม่น้ำต้าตู้ของกองทัพแดง (ภาพ: People's Daily)
ที่มา People’s Daily



ความคิดเห็น