top of page

เรียนรู้จากผืนดิน ส่องเส้นทางคนรุ่นใหม่กับภารกิจพัฒนาการเกษตรจีน

รูปภาพนักเขียน: PR NEWS FOCUS
PR NEWS FOCUS
5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

เมื่อค่ำวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซานตง มณฑลซานตง ประเทศจีน จัดกิจกรรมรณรงค์และส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอุดมการณ์ผ่านช่องทางออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “พลังคนรุ่นใหม่ สร้างความเข้มแข็งให้งานเกษตรและรับใช้ชาติ” ณ วิทยาเขตพ่านเหอ โดยมีนักศึกษาและผู้ทำงานด้านการเกษตรร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์


ภายในงาน อินอวี้เจิน ผู้ทุ่มเทปลูกต้นไม้ฟื้นฟูพื้นที่ทะเลทรายเหมาอูซู่มานานกว่า 40 ปี กล่าวกับคนรุ่นใหม่ว่า ทุกคนล้วนเป็นดวงดาวที่เปล่งประกาย ขอให้มีความรักในสิ่งที่ทำและใช้พลังคนยุคใหม่สร้างคุณค่าให้แก่ยุคสมัย ขณะที่นักศึกษาหลายคนเพิ่งกลับจากการลงพื้นที่เกษตร


ย้ายห้องเรียนสู่ผืนไร่นา 

มณฑลซานตงเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของจีน โดยมีพื้นที่เพาะปลูกร้อยละ 6 ของประเทศ แต่ผลิตธัญพืชได้ถึงร้อยละ 8 โดยในปี 2026 ผลผลิตข้าวสาลีฤดูร้อนอยู่ที่ 55,020 ล้านจิน (ประมาณ 27.51 ล้านตัน) สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ


นักศึกษารุ่นใหม่กำลังนำความรู้จากห้องทดลองไปแก้ปัญหาจริงในไร่นา เช่น หูอี้หนิง นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ ซึ่งศึกษาสาเหตุที่เกษตรกรในพื้นที่ผลิตธัญพืชสำคัญไม่ต้องการปลูกข้าวมากนัก ก่อนพัฒนางานวิจัยจนคว้ารางวัลระดับประเทศ และนำเสนอผลงานต่อเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่


ด้านไช่ฟางผิง นักศึกษาผู้ช่วยด้านเทคโนโลยีการเกษตร ลงพื้นที่ช่วยเกษตรกรในอำเภอป๋อซิงรับมือกับศัตรูพืชในโรงเรือนมะเขือเทศ โดยร่วมกับทีมวิจัยพัฒนาวิธีควบคุมแมลงด้วยกับดัก พืชไล่แมลง และสารกำจัดศัตรูพืชชีวภาพ ขณะที่เฉินซ่างจิ้ง นักศึกษาปริญญาโทและทีมวิจัยในเมืองเล่อหลิง พัฒนาเทคนิคดูแลต้นพุทราและต่อยอดผลผลิตเป็นน้ำส้มสายชู เพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตร



เขียนงานวิจัยลงบนผืนดิน 

ปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตรของซานตงมีสัดส่วนการสนับสนุนต่อการพัฒนาภาคเกษตรอยู่ที่ร้อยละ 68.5 เมล็ดพันธุ์ดีครอบคลุมพืชหลักมากกว่าร้อยละ 98 และอัตราการใช้เครื่องจักรในกระบวนการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวเกินร้อยละ 90


ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หวังข่ายหลิน เกษตรกรรุ่นใหม่ในอำเภออู่เฉิง ดูแลพื้นที่เพาะปลูก 17,000 หมู่ (ประมาณ 7,083 ไร่) พร้อมพัฒนาระบบดิจิทัลติดตามพื้นที่เกษตร ส่วนซานว่านหมิน คนรุ่นใหม่ในอำเภอเจียเสียง ดูแลพื้นที่กว่า 4,000 หมู่ (ประมาณ 1,667 ไร่) โดยใช้โดรนและเครื่องเก็บเกี่ยวอัตโนมัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน



หยั่งรากวัยหนุ่มสาวลงบนผืนดิน 

นอกจากนี้ หลี่เหิงเจา หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชของบริษัทอาหารจงอวี้ในปินโจว นำทีมวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวสาลีที่สามารถทดแทนพันธุ์นำเข้า ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร 350,000 ครัวเรือน ขณะที่หลิวเจา จากบริษัทซานมู่ ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ในเมืองโซ่วกวง นำทีมพัฒนาพันธุ์ผักเพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศลดจาก 0.35 หยวน เหลือ 0.12 หยวนต่อเมล็ด และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 3,960 ล้านหยวน



รวมแสงดาวเป็นพลังบนเส้นทางข้างหน้า 

ทั้งนี้ การดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้ทำงานในชนบทจำเป็นต้องมีมาตรการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม โดยซานตงยังคงจัดสรรทุนผลิตบุคลากรด้านการเกษตรสำหรับทำงานในพื้นที่ระดับท้องถิ่น  จำนวน 85 คน พร้อมสนับสนุนค่าเล่าเรียนและเงินช่วยเหลือรวมถึงบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานภาครัฐหลังสำเร็จการศึกษา



การพัฒนาภาคเกษตรและชนบทไม่ได้อาศัยเพียงคำขวัญหรือความมุ่งมั่น แต่ต้องเกิดจากการลงมือทำจริงของคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่การแก้ปัญหาในไร่นาไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและเมล็ดพันธุ์ เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหารและขับเคลื่อนการพัฒนาชนบทของจีนอย่างยั่งยืน


(เนื้อหาและรูปภาพจาก Shandian News)

(บรรณาธิการ: เจี่ย เสี่ยวอวี่, สิง ม่านหัว)


ที่มา People's Daily Online 







ความคิดเห็น


PR NEWS FOCUS

bottom of page