top of page

หมู่บ้านต้งโบราณในกุ้ยโจวต่อยอดมรดกภูมิปัญญา สร้างรายได้ผ่านงานหัตถกรรมและการท่องเที่ยว

  • รูปภาพนักเขียน: PR NEWS FOCUS
    PR NEWS FOCUS
  • 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

ภาพมุมสูงของหมู่บ้านชาวต้งจ้าวซิง เผยให้เห็นหมู่บ้านที่รายล้อมด้วยขุนเขา และกลุ่มบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงที่เรียงตัวลดหลั่นกันอย่างสวยงาม (ภาพ: People's Daily) 


หมู่บ้านต้งเจ้าซิง ในอำเภอหลีผิง มณฑลกุ้ยโจว ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "หมู่บ้านชนเผ่าต้งอันดับหนึ่งของจีน" กำลังใช้มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนาชนบท โดยอาศัยเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรม การย้อมคราม และงานปักพื้นเมือง ผสานเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ


ภาพมุมสูงของหมู่บ้านชาวต้งจ้าวซิง เผยให้เห็นกลุ่มบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงที่เรียงรายลดหลั่นกัน ท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อมโดยรอบ (ภาพ: People's Daily) 


ภายในหมู่บ้าน "ต้งผิ่นหยวน" ศูนย์เรียนรู้งานหัตถกรรมพื้นบ้าน ได้กลายเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสศิลปะการย้อมครามและการเขียนเทียนแบบดั้งเดิม โดยลู่หย่งเม่ย ผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาการย้อมครามระดับมณฑล ได้นำช่างฝีมือในท้องถิ่นร่วมกันฟื้นฟูเทคนิคดั้งเดิมที่เกือบสูญหาย พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่


สัมผัสเสน่ห์ของงานหัตถศิลป์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้แบบดื่มด่ำเสมือนจริง (ภาพ: People's Daily) 


จากเดิมที่ผ้าพื้นเมืองมีรูปแบบจำกัดและไม่สามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคง ปัจจุบันสหกรณ์ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์มากกว่า 600 รายการ ไม่ว่าจะเป็นชุดน้ำชาลายคราม กระเป๋า เครื่องประดับ และของตกแต่งบ้าน ที่ยังคงเอกลักษณ์ของชนเผ่าต้งไว้ ขณะเดียวกัน ยังเปิดโอกาสให้สตรีในชุมชนสามารถทำงานใกล้บ้าน ดูแลครอบครัว และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพร้อมกัน


ปัจจุบัน สหกรณ์มีสมาชิก 228 คน และขยายโอกาสทางอาชีพไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ กว่า 100 แห่งในอำเภอหลีผิง ผ่านระบบรับจ้างผลิต การฝึกอบรม และการจ้างงานภายในศูนย์หัตถกรรม ส่งผลให้สตรีหลายพันคนมีรายได้จากงานฝีมือที่เคยซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา


ผลิตภัณฑ์ย้อมครามที่จัดแสดงอยู่ภายในร้าน (ภาพ: People's Daily) 


ในช่วงปีที่ผ่านมา กิจกรรมทดลองทำผ้าบาติกและการย้อมครามได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากนักท่องเที่ยวและคณะศึกษาดูงาน ทำให้หมู่บ้านต้งเจ้าซิงสามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การเรียนรู้ งานหัตถกรรม และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมวัฒนธรรมที่สมบูรณ์


ปัจจุบัน หมู่บ้านต้งเจ้าซิงกำลังเดินหน้าบนเส้นทางการพัฒนาที่ผสานการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับการสร้างรายได้ให้ชุมชน ทำให้ภูมิปัญญาการย้อมครามที่สืบทอดกันมานานนับพันปี กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการฟื้นฟูชนบทของพื้นที่แห่งนี้


ที่มา People’s Daily





ความคิดเห็น


PR NEWS FOCUS

bottom of page