เกษตรกรรุ่นใหม่พลิกพื้นที่รกร้างในทิเบต สู่ฐานเกษตรสมัยใหม่ สร้างรายได้ให้ชุมชน
- PR NEWS FOCUS

- 28 ก.ค.
- ยาว 1 นาที

แตงกวาสีเขียวสดออกผลเต็มต้นภายในโรงเรือนเพาะปลูก (ภาพ: People's Daily)
หมู่บ้านถังปู้ฉี อำเภอฉงเจี๋ย เมืองซานหนาน เขตปกครองตนเองทิเบต กำลังกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่บนที่ราบสูง หลังพื้นที่รกร้างในอดีตถูกพัฒนาเป็นโรงเรือนเพาะปลูกมาตรฐานสูง ปลูกผักและผลไม้หลากหลายชนิด เช่น แตงกวา แตงโม และมะเขือเทศ ซึ่งเติบโตได้ดีในสภาพอากาศของที่ราบสูง และส่งตรงสู่โรงเรียนในพื้นที่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเก็บเกี่ยว
หนึ่งในกำลังสำคัญคือ กาหม่า ผิงชั่ว เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 28 ปี ซึ่งลาออกจากงานประจำในปี 2020 เพื่อหันมาศึกษาเทคโนโลยีการเพาะปลูก ตั้งแต่การเพาะกล้า การย้ายปลูก ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ปัจจุบันรับผิดชอบสายการผลิตทั้งหมด พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ชาวบ้าน โดยเชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริงคือการทำให้คนทั้งชุมชนมีรายได้และเติบโตไปด้วยกัน

ฐานโครงการ "ตะกร้าผัก" ระยะที่ 2 ของอำเภอฉงเจี๋ย ใช้ระบบชลประทานอัตโนมัติ (ภาพ: Sun Kaiyuan)
โครงการโรงเรือนแห่งนี้ใช้งบลงทุนกว่า 30 ล้านหยวน พัฒนาโรงเรือนระยะที่ 1 และ 2 พร้อมนำพันธุ์ผักและผลไม้ที่เหมาะกับพื้นที่สูงกว่า 30 ชนิด มาทดลองปลูก ผ่านรูปแบบ "โรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ควบคู่กับการปลูกกลางแจ้ง" จนสามารถยกระดับเกษตรบนพื้นที่หนาวเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีชาวบ้านกว่า 30 คน ผ่านการฝึกอบรมด้านเกษตรสมัยใหม่ และก้าวสู่การเป็นเกษตรกรยุคใหม่ที่มีทั้งความรู้และทักษะการบริหารจัดการ
โครงการยังต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ด้วยจุดเด่นด้านทำเลที่อยู่ใกล้เส้นทางท่องเที่ยว พัฒนาเป็นแหล่งเพาะกล้า แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ควบคู่กับการผลิตเกษตรอินทรีย์
นับตั้งแต่เปิดดำเนินการ โครงการช่วยสร้างรายได้สะสมให้ชาวบ้าน 170 ครัวเรือน กว่า 6.47 ล้านหยวน พร้อมสร้างงานให้ชาวบ้าน 110 คน ในฐานะแรงงานภาคเกษตร มีรายได้เฉลี่ย 4,800 หยวนต่อเดือน ปัจจุบันมีแรงงานประจำในโครงการราว 80 คน สะท้อนบทบาทของเกษตรสมัยใหม่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้ชุมชนบนที่ราบสูงทิเบต

นักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสประสบการณ์เก็บเกี่ยวผักและผลไม้ภายในโรงเรือนเพาะปลูก (ภาพ: People's Daily)

ฐานโรงเรือนเพาะปลูกมาตรฐานสูง หมู่บ้านถังปู้ฉี อำเภอฉงเจี๋ย เมืองซานหนาน เขตปกครองตนเองทิเบต (ภาพ: Lunzhu Zeren)
ที่มา People’s Daily



ความคิดเห็น