ฉงชิ่งพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรหวงเหลียน สร้างรายได้เกษตรกร


เกษตรกรกำลังเก็บเกี่ยวหวงเหลียนในแปลงปลูก (ภาพจาก: คณะกรรมการเกษตรและกิจการชนบทอำเภอสือจู้)
อำเภอปกครองตนเองชนชาติถู่เจียสือจู้ นครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เป็นแหล่งเพาะปลูกสมุนไพรหวงเหลียน (黄连) ที่มีประวัติยาวนานเกือบ 700 ปี ปัจจุบันพัฒนาเป็นฐานการผลิตสมุนไพรสำคัญ โดยมีส่วนแบ่งผลผลิตคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของตลาดโลก
สือจู้ตั้งอยู่ในเขตภูเขาอู่หลิง มีพื้นที่เพาะปลูกที่ระดับความสูง 800–1,900 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สภาพอากาศเย็นชื้นและมีหมอกปกคลุมเป็นเวลานาน เหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของหวงเหลียน ซึ่งเป็นสมุนไพรจีนที่มีรสขมและมีสารเบอร์เบอรีน (Berberine) เป็นองค์ประกอบสำคัญ
การเพาะปลูกหวงเหลียนต้องใช้เวลาประมาณ 5 ปีจึงจะเก็บเกี่ยวได้ เกษตรกรยังคงรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิม ทั้งการสร้างร่มเงาให้ต้นสมุนไพรและการหมุนเวียนพื้นที่เพาะปลูกเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ ควบคู่กับการนำมาตรฐานการเพาะปลูกและการจัดการที่ดี (GAP) มาใช้ พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วยรหัสคิวอาร์

หวงเหลียนชนิดกิ่งหลังผ่านการอบแห้งและกำจัดรากฝอย (ภาพจาก: คณะกรรมการเกษตรและกิจการชนบทอำเภอสือจู้)
ปัจจุบัน สือจู้มีพื้นที่ปลูกหวงเหลียนประมาณ 83,000 หมู่ หรือราว 34,600 ไร่ ผลิตได้ปีละ 4,100 ตัน และเป็นที่ตั้งของตลาดซื้อขายหวงเหลียนเฉพาะทางแห่งเดียวของจีน ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายคิดเป็นร้อยละ 90 ของทั้งประเทศ
อุตสาหกรรมดังกล่าวครอบคลุม 18 ตำบลและเมือง มีครัวเรือนเกษตรกรเข้าร่วมประมาณ 11,000 ครัวเรือน โดยรูปแบบความร่วมมือระหว่างบริษัทชั้นนำ สหกรณ์ และเกษตรกร ช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมให้แต่ละครัวเรือนมากกว่า 50,000 หยวนต่อปี
นอกจากนี้ สือจู้ยังต่อยอดหวงเหลียนเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหารเพื่อสุขภาพ ยาสีฟัน และสบู่ พร้อมพัฒนางานวิจัยผ่านแพลตฟอร์มวิจัย 5 แห่ง มีสิทธิบัตรการประดิษฐ์มากกว่า 40 รายการ และผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 20 ชนิด
หวงเหลียนสือจู้ยังได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และอยู่ในระบบความร่วมมือคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ระหว่างจีนกับสหภาพยุโรป สะท้อนการยกระดับสมุนไพรพื้นเมืองสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
(ผู้สื่อข่าว People's Daily Online หลิวเจิ้งหนิง, หวงย่าฮุย)
(บรรณาธิการ: ก้ายฉุน, จางอี)
ที่มา People's Daily Online



ความคิดเห็น