ทับทิมเลี่ยซาน จากผลไม้ท้องถิ่น สู่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชนบท


ผลทับทิมบนกิ่ง (ภาพ: หวัง เสี่ยวเฟย / People's Daily Online)
ในสวนทับทิมโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิง เขตเลี่ยซาน เมืองหวยเป่ย มณฑลอันฮุย ต้นทับทิมมีรอยแตกเก่าบนลำต้นหลายแห่ง แต่กิ่งใหม่กลับชูผลสีแดงสดเป็นพวง เสียงกรรไกรตัดก้านผลดัง “ฉับ” กลิ่นหวานก็ลอยมาตามสายลม
จางโฮ่วหลง เจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค ย่อตัวลงใช้มือโกยดินร่วนรอบโคนต้นให้เข้าที่ ปีนี้เขาเพิ่งได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ปลูกทับทิมยอดเยี่ยมประจำปีของพันธุ์ “ถ่าเซียนหง” แม้ประกาศนียบัตรจะติดอยู่บนผนังสำนักงานแล้ว แต่ต้นทับทิมทุกต้นก็ยังต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
ภายในสวนยังมีต้นทับทิมโบราณอายุกว่า 200-300 ปี เหลืออยู่มากกว่า 500 ต้น เป็นหลักฐานมีชีวิตที่สะท้อนประวัติศาสตร์การปลูกทับทิมเมล็ดนิ่มและการสืบทอดเกษตรกรรมดั้งเดิมของหวยเป่ย ในปี 2023 กลุ่มต้นไม้โบราณแห่งนี้ยังได้รับคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ต้นไม้โบราณระดับประเทศในโครงการ “ซวงป่าย” ร้อยต้นไม้โบราณ และร้อยกลุ่มต้นไม้โบราณทรงคุณค่า
เดินออกจากสวนไปเพียงไม่กี่สิบเมตร บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นคึกคัก นักท่องเที่ยวบางคนถ่ายภาพข้างต้นไม้ ขณะที่บางคนถือกรรไกรสอบถามว่าต้นไหนเป็นต้นที่ตนรับสิทธิ์ดูแลไว้
เส้าจิ่งเว่ย ผู้รับผิดชอบด้านการดำเนินงาน จดบันทึกตัวเลขไว้ในสมุดว่า ปีแรกที่เปิดกิจกรรม มีผู้รับสิทธิ์ดูแลต้นทับทิมกว่า 400 ต้น ปีที่สองเพิ่มเป็นกว่า 700 ต้น และปีนี้ทะลุ 900 ต้น โดยยอดสะสมเกิน 1,000 ต้นแล้ว
เขาอธิบายว่า นักท่องเที่ยวจ่ายเงินเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมตลอดทั้งปี รวมถึงสิทธิ์ในผลผลิตและการตั้งชื่อให้ต้นไม้ ในฤดูใบไม้ผลิสามารถมาชมดอกไม้ ฤดูร้อนเรียนรู้การตัดแต่งกิ่ง และฤดูใบไม้ร่วงเก็บผลด้วยตนเอง คุณหลี่ นักท่องเที่ยวหญิงที่รับสิทธิ์ดูแลต้นไม้ไว้ตั้งแต่เดือนเมษายน กล่าวก่อนเดินลงจากเขาพร้อมตะกร้าทับทิมสองใบที่เต็มจนล้นว่า ประสบการณ์นี้สนุกกว่าการซื้อผลไม้จากซูเปอร์มาร์เก็ตมาก

นักท่องเที่ยวเก็บทับทิมด้วยตนเอง (ภาพ: หวัง เสี่ยวเฟย / People's Daily Online)
แน่นอนว่า การรับสิทธิ์ดูแลต้นไม้ไม่ได้หมายถึงการ “ขาย” ต้นไม้ให้นักท่องเที่ยว เส้าจิ่งเว่ยคำนวณไว้ว่า ผลผลิตของต้นไม้แต่ละต้นไม่แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับการผสมเกสร ปริมาณฝน และการตัดแต่งกิ่ง “การรับประกันผลผลิตจะพูดลอย ๆ ไม่ได้ สวนต้องมีบันทึกข้อมูลและเตรียมผลผลิตสำรองให้เพียงพอ”
เขากล่าวต่อว่า สิ่งที่มีคุณค่าจริง ๆ คือการทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความผูกพันกับสวนทับทิม “เด็ก ๆ จะได้รู้ว่าทับทิมเติบโตอย่างไร เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว ผู้ใหญ่ก็จะถามกันว่า ปีนี้จะกลับมาเก็บผลกันไหม”
ต้นทับทิมต้นหนึ่งจึงเปลี่ยนนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นผู้มาเยือนซ้ำ และสร้างความผูกพันที่ส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไป พร้อมช่วยขยายอุตสาหกรรมทับทิมของเขตเลี่ยซานให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ผู้รับผิดชอบเขตเลี่ยซานกล่าวว่า พื้นที่แห่งนี้มีหินมากและมีดินเพาะปลูกจำกัด ในอดีตชาวบ้านใช้เทคนิคปลูกป่าบนภูเขารกร้าง 7 ขั้นตอน ได้แก่ ระเบิดหินเปิดหลุมปลูก เติมดินจากพื้นที่อื่น ปลูกต้นกล้าที่แข็งแรง สูบน้ำขึ้นที่สูงหลายระดับ พูนดินให้เป็นเนินขนาดใหญ่ คลุมดินด้วยฟิล์มพลาสติก และทำหลุมรับน้ำรูปเกล็ดปลา จนสามารถเปลี่ยนภูเขารกร้างให้กลายเป็นสวนผลไม้ได้

ภาพมุมสูงจากโดรนของฐานปลูกทับทิมเมล็ดนิ่มในเขตเลี่ยซาน เมืองหวยเป่ย (ภาพ: หวัง เสี่ยวเฟย / People's Daily Online)
ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกทับทิมมีมากกว่า 30,000 หมู่ หรือประมาณ 12,500 ไร่ ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในหกฐานการผลิตทับทิมขนาดใหญ่ของจีน ขณะที่ “ทับทิมถ่าซาน” ได้รับการรับรองเป็นผลิตภัณฑ์คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ระดับประเทศในปี 2012
นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการเกษตร แปลงอนุรักษ์ทรัพยากรพันธุกรรมพืช ติดตั้งระบบน้ำหยด และนำโดรนมาใช้ดูแลพืช โดยมีการส่งเสริมพันธุ์คุณภาพ 7 สายพันธุ์ เช่น “เมล็ดนิ่ม หมายเลข 1” และ “ชิงผีเถียน” พร้อมทดลองพันธุ์ใหม่มากกว่า 30 สายพันธุ์
ในช่วงเทศกาลวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวทับทิมเมืองหวยเป่ย ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ การแข่งขันไลฟ์สดอีคอมเมิร์ซ “หนึ่งผลิตภัณฑ์เด่นแห่งเจียงหวย สู่ชนบทที่งดงามและกลมเกลียว” รอบที่สามได้ย้ายเข้ามาจัดในสวนทับทิม โดยมีผู้ไลฟ์สดจากหมู่บ้านทั่วมณฑลอันฮุย 100 คน ตั้งกล้องถ่ายทอดสดใต้ร่มต้นทับทิม
ตั้งแต่ทับทิมพันธุ์ชิงผีเถียนและถ่าเซียนหง ไปจนถึงน้ำทับทิมและชาทับทิม ต่างถูกนำเสนอผ่านไลฟ์สดอย่างต่อเนื่อง ผู้ชมในช่องแสดงความคิดเห็นสอบถามทั้งระดับความหวานและการจัดส่งแบบยกลัง ผู้ประกอบการแปรรูปในพื้นที่จึงรับซื้อทับทิมจากชาวบ้านมาผลิตเป็นน้ำทับทิม ไวน์ทับทิม และชาทับทิม ทำให้ยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2024 น้ำทับทิมมียอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ถึง 5 ล้านหยวน

บรรยากาศการแข่งขันไลฟ์สดอีคอมเมิร์ซ (ภาพ: หวัง เสี่ยวเฟย / People's Daily Online)
ผลไม้มีช่วงที่ให้ผลผลิตมากและน้อยสลับกัน แต่การแปรรูปและอีคอมเมิร์ซช่วยกระจายผลผลิตและรายได้ให้สม่ำเสมอขึ้น เมื่อผลไม้สดออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก ผลผลิตที่จำหน่ายไม่ทันก็สามารถส่งเข้าโรงงานแปรรูป ขณะเดียวกัน ไลฟ์สดช่วยขยายตลาดจากภาคเหนือของอันฮุยไปยังพื้นที่ที่ห่างไกลกว่าเดิม
ซ่งซิงหง เกษตรกรผู้ปลูกทับทิม มีสวนขนาด 8 หมู่ หรือประมาณ 3.3 ไร่ ปลูกทับทิมพันธุ์เมล็ดนิ่มหมายเลข 1 และพันธุ์ชิงผีเถียน ในปี 2024 เขามีรายได้จากทับทิมเพียงอย่างเดียวมากกว่า 100,000 หยวน เขากล่าวว่า ปัจจุบันบริการขนส่งพัสดุสามารถเข้ารับผลผลิตได้ถึงสวน ชาวบ้านเก็บผลไม้ในช่วงเช้าและจัดส่งในช่วงบ่าย ลูกค้าในเซี่ยงไฮ้ เจ้อเจียง และเจียงซู ก็สามารถรับสินค้าได้ในวันถัดไป
นอกเหนือจากการให้สิทธิ์ดูแลต้นไม้ การแปรรูป และการไลฟ์สดแล้ว ยังมีงานฝีมืออีกแขนงหนึ่งที่ต้องอาศัยเวลา ซ่งฮ่าวและบิดารับซื้อต้นทับทิมเก่าแก่ที่มีรูปทรงสวยงามและมีอายุมากจากชาวบ้าน ก่อนนำมาปลูกเป็นไม้กระถางและจัดแต่งภูมิทัศน์ตามรูปทรงของต้นไม้ โดยทั่วไปต้องใช้เวลาเลี้ยงดูประมาณ 2-3 ปีก่อนนำออกจำหน่าย

สวนบอนไซทับทิม (ภาพ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์คณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำเขตเลี่ยซาน)
ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา สหกรณ์สวนและศิลปะบอนไซทับทิมจำหน่ายบอนไซไปแล้วเกือบ 1,000 กระถาง สร้างรายได้ 600,000 หยวน ปัจจุบันในชุมชนมีสวนบอนไซเฉพาะทาง 4 แห่ง ผลิตได้ประมาณ 12,000 กระถางต่อปี เกษตรกรที่ขายผลทับทิมได้รับรายได้จากผลผลิตในแต่ละปี ส่วนบอนไซสร้างมูลค่าจากการใช้เวลาหลายปีในการเพาะเลี้ยงและจัดแต่ง
หากเดินออกจากสวนไปไกลขึ้น เส้นทางท่องเที่ยวหลงจี่เทียนลู่จะเชื่อมภูเขา แหล่งน้ำ หมู่บ้าน และสวนผลไม้เข้าไว้ด้วยกัน ถนนชมวิวความยาว 55 กิโลเมตรช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถชมต้นไม้โบราณ ซื้อทับทิมสด รับประทานไก่หม้อดินแบบท้องถิ่นในสวนทับทิม และพักค้างคืนในโฮมสเตย์ได้ในทริปเดียว
ร้านอาหารอิ่นหลูตั้งอยู่ติดกับสวนโบราณ โดยใช้กิ่งทับทิมเป็นเชื้อเพลิงและใช้น้ำจากบ่อน้ำโบราณของสวนมาปรุง “ไก่หม้อดินสวนทับทิม” ซึ่งเป็นอาหารที่ใช้เทคนิคการปรุงอาหารมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับเมืองหวยเป่ย ปัจจุบันมีร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 40 แห่งที่จำหน่ายเมนูนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เขตเลี่ยซานต้อนรับนักท่องเที่ยวในประเทศแล้ว 1.733 ล้านคน และมีรายจ่ายด้านการท่องเที่ยวรวม 1,210 ล้านหยวน

การผสานเกษตรกรรมกับการท่องเที่ยวสะท้อนภาพชนบทโฉมใหม่ (ภาพ: หวังเหวิน)
แน่นอนว่ารายได้ทั้งหมดเหล่านี้ไม่อาจนับเป็นผลงานของทับทิมเพียงอย่างเดียว แต่ทับทิมมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกให้เข้ามาในพื้นที่
ผู้รับผิดชอบเขตเลี่ยซานระบุว่า จากภูเขารกร้างที่เต็มไปด้วยซอกหินสู่การเป็นหนึ่งในหกฐานการผลิตทับทิมขนาดใหญ่ของจีน และจากการจำหน่ายผลไม้สดเพียงอย่างเดียวสู่การพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจร การเติบโตของอุตสาหกรรมทับทิมในเขตเลี่ยซานเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้เกษตรกรรมที่มีเอกลักษณ์ขับเคลื่อนการฟื้นฟูชนบท
ในอนาคต เขตเลี่ยซานจะรักษาความได้เปรียบด้านทับทิม เสริมสร้างแบรนด์ พัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมให้มีคุณภาพ และส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของผลทับทิมลูกเล็ก ๆ ให้สร้างมูลค่าได้มากขึ้น พร้อมวาดภาพชนบทที่อุตสาหกรรมรุ่งเรืองและประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
(ผู้สื่อข่าว People's Daily Online หลู่ ฮวนฮวน)
(บรรณาธิการ: กวน เฟย, จาง เหล่ย)
ที่มา People's Daily Online



ความคิดเห็น