ปักกิ่งเดินหน้ารับมือโลกร้อน ชูมาตรการลดคาร์บอน-ปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ


หอสมุดกรุงปักกิ่งในเขตเมืองรองของปักกิ่ง ซึ่งมีการพัฒนาอาคารสีเขียวคุณภาพสูงหลายแห่ง
กรุงปักกิ่งเผยแพร่แผนพัฒนา “ปักกิ่งที่สวยงาม” ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 (ค.ศ. 2026-2030) โดยการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของแผนดังกล่าว
หวัง เหว่ย ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการงานรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า ปักกิ่งยึดมั่นในยุทธศาสตร์ “ปักกิ่งสีเขียว” และเดินหน้าดำเนินงานด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพสิ่งแวดล้อมดีขึ้น ขณะที่ปริมาณการปล่อยคาร์บอนโดยรวมและความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยการปล่อยคาร์บอนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทุก 10,000 หยวน อยู่ในระดับแนวหน้าของพื้นที่ระดับมณฑลทั่วประเทศจีน
ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 (ค.ศ. 2021-2025) ปักกิ่งใช้การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและคาร์บอนต่ำ พร้อมส่งเสริมการพัฒนากำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพสูง โดยทยอยย้ายหรือยุติกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับบทบาทเมืองหลวง และจัดการให้ธุรกิจที่ใช้พลังงานสูงและปล่อยมลพิษสูงออกจากระบบอย่างเป็นขั้นตอน ขณะเดียวกันก็ใช้ประโยชน์จากโอกาสในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่และกังหันผลิตไฟฟ้าพลังงานลมให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่
ในช่วงเวลาดังกล่าว จำนวนรถยนต์พลังงานใหม่ในกรุงปักกิ่งเพิ่มขึ้นเกิน 1.3 ล้านคัน ส่วนมูลค่าการส่งออกกังหันผลิตไฟฟ้าพลังงานลมในปี 2025 เพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2020 สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมสีเขียว
ปักกิ่งยังเร่งพัฒนาระบบจัดหาพลังงานสมัยใหม่ที่สะอาด คาร์บอนต่ำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยควบคุมการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลหลัก ได้แก่ ถ่านหิน น้ำมันเบนซินและดีเซล รวมถึงก๊าซธรรมชาติ ให้อยู่ในแนวโน้มลดลง ในปี 2025 สัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานความร้อนใต้พิภพ เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าร้อยละ 19 ขณะที่ปริมาณไฟฟ้าสีเขียวที่ส่งมาจากนอกพื้นที่มีมากกว่า 45,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
อีกด้านหนึ่ง ปักกิ่งให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงด้านภูมิอากาศให้แก่เมือง โดยได้จัดทำแผนปฏิบัติการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบูรณาการแนวคิดการปรับตัวเข้ากับกระบวนการวางผังเมือง การก่อสร้าง และการบริหารจัดการเมืองทุกขั้นตอน พร้อมพัฒนาเครือข่ายตรวจวัดสภาพภูมิอากาศและระบบแจ้งเตือนทางอุตุนิยมวิทยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเตือนภัยจากสภาพอากาศรุนแรงและความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ
พื้นที่เมืองที่ผ่านเกณฑ์การพัฒนาแบบ “เมืองฟองน้ำ” ซึ่งช่วยดูดซับและระบายน้ำฝนอย่างเป็นระบบ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 40 ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในเมือง ขณะเดียวกัน ปักกิ่งยังคงรักษาพื้นที่อนุรักษ์ทางนิเวศไว้ที่ร้อยละ 27.5 ของพื้นที่ทั้งหมด และเดินหน้าพัฒนาเมืองสวน ส่งผลให้อัตราพื้นที่ป่าไม้ปกคลุมทั่วเมืองอยู่ที่ร้อยละ 45 ซึ่งช่วยบรรเทาปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง
ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ปักกิ่งยังใช้กลไกตลาดเป็นแรงขับเคลื่อนการลดคาร์บอน โดยพัฒนาระบบตลาดซื้อขายคาร์บอนเพื่อสร้างแรงจูงใจและกำหนดต้นทุนของการปล่อยคาร์บอน ตลาดคาร์บอนของปักกิ่งดำเนินงานอย่างมีเสถียรภาพมาแล้ว 12 ปี ครอบคลุมหน่วยงานที่มีการปล่อยคาร์บอนสำคัญกว่า 900 แห่ง และมีปริมาณการซื้อขายสะสมของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสิทธิการปล่อยคาร์บอน มากกว่า 64 ล้านตัน กลไกดังกล่าวช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคมว่า “การปล่อยคาร์บอนมีต้นทุน ส่วนการลดคาร์บอนสร้างผลตอบแทน” พร้อมช่วยลดต้นทุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมสำคัญ

ระบบปั๊มความร้อนจากอากาศและแผงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาโรงเรียนประถมศึกษาหมายเลข 8 เขตต้าซิง กรุงปักกิ่ง
ด้านนโยบายสนับสนุน ปักกิ่งได้คัดเลือกโครงการเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำที่มีความก้าวหน้า โครงการต้นแบบด้านการลดคาร์บอน และพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ รวม 94 โครงการและพื้นที่ เพื่อพัฒนาต้นแบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลได้ พร้อมเดินหน้าสร้างระบบคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ ผลักดันการลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานเฉพาะจุดไปสู่การเปลี่ยนแปลงตลอดห่วงโซ่การผลิต และสนับสนุนให้บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอิเล็กทรอนิกส์ เริ่มคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนากลไกส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการลดคาร์บอน โดยเฉพาะโครงการส่งเสริมการเดินทางคาร์บอนต่ำ ซึ่งดึงดูดประชาชนเข้าร่วมแล้วกว่า 6 ล้านคน และช่วยสนับสนุนการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า 100 ล้านครั้งต่อปี
หวัง เหว่ย ระบุว่า ช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 เป็นระยะสำคัญในการต่อยอดการพัฒนาเมืองปักกิ่งที่สวยงาม และผลักดันให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การดำเนินมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวคาร์บอนต่ำ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม
เธอชี้ว่า ภาวะโลกร้อนควบคู่กับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมือง ทำให้อุณหภูมิในกรุงปักกิ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คลื่นความร้อนและฝนตกหนักรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น ส่งผลให้การดำเนินงานของเมืองและการป้องกันน้ำท่วมมีความเสี่ยงสูงขึ้น ปักกิ่งจึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของเมืองและส่งเสริมการสร้างสังคมที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง
ขณะเดียวกัน การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมรูปแบบการผลิตและการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หวัง เหว่ย ระบุว่า การปล่อยคาร์บอนจากการบริโภคของครัวเรือนในกรุงปักกิ่งคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมดของเมือง ปัจจุบันกิจกรรมที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านกลไกส่งเสริมการลดคาร์บอนยังเน้นด้านการเดินทางเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องขยายรูปแบบกิจกรรมให้หลากหลายขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การใช้ชีวิตคาร์บอนต่ำ
ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ปักกิ่งจะใช้ทั้งการลดผลกระทบและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นกลไกหลัก โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน อุตสาหกรรม อาคาร และการขนส่ง ขยายกำลังการผลิตพลังงานใหม่และพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการส่งไฟฟ้าสีเขียวจากพื้นที่อื่น พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อมคาร์บอนต่ำ
ด้านอาคาร จะผลักดันการก่อสร้างอาคารที่ใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษและอาคารสีเขียว ส่วนการขนส่งจะเร่งเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน พร้อมยกระดับการตรวจวัดสภาพภูมิอากาศ การเตือนภัย และการประเมินความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือของระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ปักกิ่งยังเตรียมปรับปรุงกลไกการทำงานและใช้เครื่องมือเชิงนโยบายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะขยายและยกระดับตลาดคาร์บอน พัฒนาระบบบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการประสานงานด้านนโยบาย และเพิ่มความเข้มแข็งในการควบคุมก๊าซเรือนกระจกที่ไม่ใช่คาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อค้นหาศักยภาพการลดการปล่อยก๊าซเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังจะส่งเสริมให้ภาคสังคมปรับใช้แนวทางการผลิตและการดำเนินชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนากลไกส่งเสริมการลดคาร์บอน และขยายพื้นที่การประยุกต์ใช้ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อให้พฤติกรรมคาร์บอนต่ำได้รับการยอมรับและมีแรงจูงใจ พร้อมเผยแพร่เทคโนโลยีสีเขียวและตัวอย่างความสำเร็จ เพื่อสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันบริหารจัดการสภาพภูมิอากาศของกรุงปักกิ่ง
ภาพจากสำนักงานนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมกรุงปักกิ่ง
(ผู้สื่อข่าว People's Daily Online หลี่ ป๋อ)
(บรรณาธิการ: เป้า ชงอิ่ง,เกา ซิง)
ที่มา People's Daily Online



ความคิดเห็น