เวที “สะพานสู่ภาษาจีน” จุดประกายเยาวชนเมียนมาสานฝันสู่อนาคต
- PR NEWS FOCUS

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

นักเรียนคนหนึ่งแสดงความสามารถบนเวทีการแข่งขัน "สะพานสู่ภาษาจีน" ประจำปี 2026 ในนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2026 (Xinhua)
บรรยากาศการแข่งขันทักษะภาษาจีน "สะพานสู่ภาษาจีน” (Chinese Bridge) ประจำปี 2026 รอบชิงชนะเลิศ สำหรับนักศึกษาต่างชาติและนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความมุ่งมั่นของเยาวชนที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้านภาษาจีนเพื่อเปิดประตูสู่โอกาสในอนาคต
การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นโดยศูนย์ความร่วมมือด้านการศึกษาภาษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการจีน ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำเมียนมา โดยมีผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ 15 คน จากโรงเรียนต่าง ๆ ในนครย่างกุ้ง ร่วมแสดงความสามารถต่อหน้าครู ผู้ปกครอง และเพื่อนนักเรียนกว่า 100 คน
ซู ทู ธาดาร์ วัย 14 ปี จากโรงเรียนภาษาจีนป๋อเหวิน หนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน กล่าวว่า เธอสนใจเข้าร่วมโครงการ "สะพานสู่ภาษาจีน" เพราะมีความผูกพันกับภาษาจีนมาตั้งแต่วัยเด็ก หลังเคยอาศัยอยู่ในจีนและศึกษาภาษาจีน ก่อนจะกลับมาเรียนต่อในเมียนมา แม้จะผ่านการแข่งขันมาหลายเวที แต่การประกวดครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเธอในรายการดังกล่าว โดยเธอมีความใฝ่ฝันที่จะศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฟู่ตั้นของจีนในอนาคต
ด้านเคล ซิน หลิน ลัต วัย 13 ปี จากศูนย์การศึกษานานาชาติเล่อหัว ซึ่งเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก ยอมรับว่ารู้สึกประหม่าเมื่อต้องพูดต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก แต่เธอมองว่าภาษาจีนเปรียบเสมือนภาษาที่สองและเป็นภาษาที่เธอรักมากที่สุด ครูผู้สอนหลายคนเห็นตรงกันว่า ความนิยมในการเรียนภาษาจีนในเมียนมาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงในนครย่างกุ้ง แต่ยังขยายไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยการแข่งขันลักษณะนี้ไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะทางภาษา แต่ยังเสริมสร้างความมั่นใจ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสังคมจีนอย่างลึกซึ้ง อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต

นักเรียนคนหนึ่งแสดงความสามารถบนเวทีการแข่งขัน "สะพานสู่ภาษาจีน" ประจำปี 2026 ในนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2026 (Xinhua)

นักเรียนคนหนึ่งแสดงความสามารถบนเวทีการแข่งขัน "สะพานสู่ภาษาจีน" ประจำปี 2026 ในนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2026 (Xinhua)
ที่มา Xinhua, People’s Daily



ความคิดเห็น