top of page

จีนทดสอบความสำเร็จระบบกู้คืนจรวดกลางทะเลครั้งแรกของโลก เปิดทางสู่ยุคจรวดใช้ซ้ำต้นทุนต่ำ

  • รูปภาพนักเขียน: PR NEWS FOCUS
    PR NEWS FOCUS
  • 29 ก.ค.
  • ยาว 1 นาที

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเป็นสักขีพยานการปล่อยจรวดขนส่ง Long March-10B ขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ  (ภาพ: Hainan Daily) 


จีนประสบความสำเร็จในการทดสอบเทคโนโลยีกู้คืนจรวดขนส่งแบบใช้ซ้ำด้วย "ระบบตาข่ายกลางทะเล" เป็นครั้งแรกของโลก ระหว่างภารกิจปล่อยจรวด Long March-10B จากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์ไห่หนาน เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีจรวดใช้ซ้ำและการลดต้นทุนการส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ


ภารกิจครั้งนี้ไม่เพียงส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จ แต่ยังสามารถกู้คืนจรวดท่อนแรกด้วยแพลตฟอร์มกลางทะเล โดยใช้ระบบเชือกตาข่ายขนาดใหญ่รับตัวจรวดขณะลงจอด แทนการลงจอดแนวดิ่งแบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยขาตั้งรองรับและความแม่นยำสูง


หลังจรวดแยกตัวจากท่อนบน เครื่องยนต์จะจุดติดอีกครั้งเพื่อลดความเร็วและปรับทิศทางการบิน ก่อนที่ตะขอทั้ง 4 จุดบนตัวจรวดจะเกี่ยวเข้ากับตาข่ายบนเรือกู้คืน "หลิ่งหางเจ่อ" ได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถจับและกู้คืนจรวดได้สำเร็จ


ระบบดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดยสถาบันวิจัยเทคโนโลยีจรวดขนส่งของจีน ส่วนเรือกู้คืนมีความยาว 144 เมตร กว้าง 50 เมตร ระวางขับน้ำ 25,000 ตัน พร้อมระบบรักษาตำแหน่งอัตโนมัติระดับ DP2 ที่ช่วยให้เรือทรงตัวได้แม้ในทะเลเปิด


ผู้พัฒนาระบุว่า แนวทางนี้ช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้างจรวด เพราะไม่จำเป็นต้องติดตั้งขาลงจอด ส่งผลให้ลดน้ำหนักจรวดได้หลายตัน เพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกสัมภาระ และขยายพื้นที่รับจรวดให้กว้างกว่าการลงจอดบนแท่นภาคพื้นดิน จึงลดความยากในการควบคุมทิศทางและแรงขับของจรวดระหว่างลงจอด


นอกจากระบบกู้คืน จรวด Long March-10B ยังใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลวที่เผาไหม้ด้วยออกซิเจนเหลวและมีเทนเหลว ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเหมาะสำหรับการนำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มแรงดันภายในถังเชื้อเพลิง เพื่อให้สามารถลำเลียงเชื้อเพลิงอุณหภูมิต่ำได้อย่างมีเสถียรภาพ

ในด้านการปล่อยจรวด จีนยังนำรูปแบบการประกอบและทดสอบแบบ "สามแนวนอน" (ประกอบแนวนอน ทดสอบแนวนอน และเคลื่อนย้ายแนวนอน) มาใช้ ก่อนยกจรวดขึ้นตั้งในพื้นที่ปล่อยจริง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาเตรียมภารกิจ และยกระดับความปลอดภัยในการปล่อยจรวด


ศูนย์ปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์ไห่หนานได้รับเลือกเป็นฐานปล่อยหลัก เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้เส้นรุ้ง 19 องศาเหนือ ทำให้ได้รับประโยชน์จากความเร็วการหมุนของโลก เพิ่มสมรรถนะการบรรทุกได้ราว 10% อีกทั้งยังมีสภาพทะเลและสภาพอากาศเหมาะสมสำหรับการกู้คืนจรวดกลางทะเล และสามารถดำเนินการปล่อยกับกู้คืนในพื้นที่แยกจากกัน ช่วยเพิ่มความถี่ในการปล่อยภารกิจเชิงพาณิชย์


นอกจากนี้ ศูนย์ปล่อยแห่งนี้ยังได้รับการออกแบบเพื่อรองรับภารกิจปล่อยดาวเทียมเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ ทั้งด้านการจัดคิวการปล่อย การทดสอบ และการให้บริการต่าง ๆ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นของการส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ


ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้จีนกลายเป็นประเทศแรกของโลกที่สามารถสาธิตเทคโนโลยีกู้คืนจรวดขนาดใหญ่ด้วยระบบตาข่ายกลางทะเลได้สำเร็จ พร้อมทั้งเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาจรวดรุ่นใหม่ของจีน เพื่อมุ่งสู่ระบบปล่อยยานอวกาศที่มีต้นทุนต่ำ ความถี่สูง และสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ในอนาคต


ที่มา People’s Daily


ความคิดเห็น


PR NEWS FOCUS

bottom of page