CHOK MAA Art และ Hello, Print Friend StudiosDifference and Repetition: Contemporary Thai Printmakingงานเปิดนิทรรศการ 8 สิงหาคม 2569
- PR NEWS FOCUS

- 23 ก.ค.
- ยาว 2 นาที

CHOK MAA Art และ Hello, Print Friend Studios ร่วมจัดนิทรรศการ Difference and Repetition: Contemporary Thai Printmaking เพื่อนำเสนอและเชิดชูวงการภาพพิมพ์ร่วมสมัยไทย ทั้งในด้านเทคนิค กระบวนการทำงาน และแนวคิดที่หลากหลาย งานเปิดของนิทรรศการจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 และจัดแสดงต่อเนื่องจนถึงวันที่ 26 กันยายน 2569 ทุกวันศุกร์และเสาร์ หรือเข้าชมได้โดยการนัดหมายล่วงหน้า
ชื่อของนิทรรศการได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ Difference and Repetition ของนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส Gilles Deleuze ซึ่งเสนอว่าการทำซ้ำไม่ใช่การผลิตสิ่งเดิมให้เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นกระบวนการแห่งการเปลี่ยนแปลง แนวคิดนี้ถูกนำมาสำรวจผ่านศิลปะภาพพิมพ์ ผ่านผลงานของศิลปินและสตูดิโอภาพพิมพ์จากทั่วประเทศไทย นิทรรศการนี้ชวนสำรวจว่าภาพพิมพ์แต่ละแผ่นค่อย ๆ ก่อรูปเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง ผ่านความแตกต่างอันละเอียดอ่อนที่เกิดขึ้นในทุกครั้งของการพิมพ์
นิทรรศการพร้อมนำเสนอผลงานภาพพิมพ์หลากหลายแขนง ทั้งลิโทกราฟี ภาพพิมพ์แกะไม้ ภาพพิมพ์กัดกรด ซิลค์สกรีน และเทคนิคภาพพิมพ์ร่วมสมัยอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการสะท้อนให้เห็นบทบาทของการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินและช่างพิมพ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในลักษณะสำคัญของวงการภาพพิมพ์ไทยในปัจจุบัน ผลงานที่จัดแสดงเผยให้เห็นว่าการทำซ้ำมิได้นำไปสู่ความเหมือน หากกลับเปิดพื้นที่ให้ความแตกต่างก่อรูปขึ้น พร้อมเผยให้เห็นศักยภาพของภาพพิมพ์ในฐานะสื่อที่ขับเคลื่อนด้วยวัสดุ การทดลอง และการแลกเปลี่ยน
รายละเอียดงานเปิดนิทรรศการ Difference and Repetition: Contemporary Thai Printmaking
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569
เวลา 16.00–21.00 น.
CHOK MAA
84 ซอยเจริญนคร 13 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
ระยะเวลาจัดแสดง
14 สิงหาคม – 26 กันยายน 2569
CHOK MAA (เปิดวันศุกร์และวันเสาร์ 11:00 – 19:00 หรือเข้าชมได้โดยการนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น)
84 ซอยเจริญนคร 13 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
ศิลปินที่เข้าร่วม
อัมรินทร์ กันทะวงศ์ (Ammarin Kuntawong)
อมร ทองพยงค์ (Amorn Thongpayong)
จิรวิทย์ เสริฐสิทธิ์ (Jerawit Surtsit)
กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย (Kitikong Tilokwattanotai)
นริศ ตนานนท์ (Narit Tananon)
พชรพงษ์ จันทรา (Pacharapong Chantra)
ประวีณ เปียงชมภู (Praween Piangchompu)
สหัสวรรษ เลิศศิริ (Sahatsawat Lertsiri)
สิรภพ วงค์สอน (Sirapop Wongsorn )
ยุทธนา สิทธิกัน (Yuttana Sittikan)
สตูดิโอภาพพิมพ์ที่เข้าร่วม
The Archivist
Hello, Print Friend Studios
Made by Gyvendorë
Pineapple Print Press
สำหรับรูปภาพเพิ่มเติม กรุณาดาวน์โหลดที่นี่ https://drive.google.com/drive/folders/1JnIBZr9H76QN4qbf4BcVuK7EiGNXTRON?usp=sharing
________________________________________
เกี่ยวกับ CHOK MAA
CHOK MAA คือโปรแกรมศิลปินพำนัก (residency) และพื้นที่จัดแสดงศิลปะในกรุงเทพมหานคร ก่อตั้งโดย CHALK HORSE แกลเลอรีร่วมสมัยจากนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย พื้นที่แห่งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างการแลกเปลี่ยนระหว่างศิลปินในประเทศไทย ออสเตรเลีย และนานาชาติ ผ่านโปรแกรมพำนัก การจัดนิทรรศการ และการทำงานในสตูดิโอภายใต้พื้นที่เดียวกัน
ชื่อ "CHOK MAA" มีความหมายสองนัย ทั้งเป็นการออกเสียงชื่อ Chalk Horse ในแบบภาษาไทย และสอดคล้องกับคำว่า "โชคมา" ซึ่งสื่อถึงการมาถึงของโอกาสและสิ่งดีงาม พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในอาคารพาณิชย์สี่ชั้น ประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการสองชั้น สตูดิโอ และที่พักสำหรับศิลปิน เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงาน การทำงานร่วมกัน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
________________________________________
เกี่ยวกับ Hello, Print Friend Studios
Hello, Print Friend Studios เป็นสตูดิโอภาพพิมพ์และโครงการพำนักศิลปินนานาชาติในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อตั้งโดย Miranda Metcalf และ Tim Pauszek สตูดิโอมีความเชี่ยวชาญด้านลิโทกราฟีเป็นพิเศษ แต่พร้อมสนับสนุนศิลปินหลากหลายเทคนิคภาพพิมพ์ ทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย
ผ่านโครงการพำนักศิลปิน โครงการตีพิมพ์ผลงานแบบกลุ่ม และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ต่างๆ Hello, Print Friend Studios เชื่อมโยงศิลปินจากทั่วโลกเข้ากับแวดวงภาพพิมพ์ของประเทศไทย พร้อมสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรม และสนับสนุนให้ศิลปินได้ทดลอง ทำงานร่วมกัน และสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ
บทความภัณฑารักษ์
Difference and Repetition: Contemporary Thai Printmaking
ภัณฑารักษ์: Miranda K. Metcalf
นิทรรศการ Difference and Repetition: Contemporary Thai Printmaking หยิบยืมชื่อมาจากหนังสือ Difference and Repetition ของนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส Gilles Deleuze เพื่อสำรวจความหลากหลายของศิลปะภาพพิมพ์ร่วมสมัยในประเทศไทย แม้ว่าศิลปินแต่ละคนจะมีแนวคิด เทคนิค และวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดต่างแสดงให้เห็นว่าเสน่ห์ของศิลปะภาพพิมพ์ไม่ได้อยู่ที่การสร้างภาพที่เหมือนกันหลายแผ่น หากอยู่ที่ความแตกต่างอันละเอียดอ่อนที่เกิดขึ้นในทุกครั้งของการพิมพ์
ศิลปะภาพพิมพ์มักถูกเข้าใจว่าเป็นกระบวนการผลิตซ้ำของภาพต้นแบบ ราวกับว่าหน้าที่ของมันคือการสร้างสำเนาที่เหมือนกันทุกประการ หากแต่ในความเป็นจริง การพิมพ์แต่ละครั้งย่อมก่อให้เกิดภาพพิมพ์ที่มีลักษณะเฉพาะของตนเอง ความแตกต่างอันละเอียดอ่อนเหล่านี้มิใช่ข้อผิดพลาดของกระบวนการ หากเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพพิมพ์ดำรงอยู่ในฐานะสื่อที่มีชีวิต สอดคล้องกับแนวคิดของ Deleuze ที่มองว่าการทำซ้ำมิใช่เพียงการคัดลอก หากเป็นพื้นที่ที่ความแตกต่างสามารถก่อรูปขึ้นได้ ภาพพิมพ์ทุกแผ่นจึงบรรจุความแปรผันอันละเอียดอ่อน ซึ่งเกิดขึ้นจากวัสดุ กระบวนการ และการทำงานที่ต่างกันในแต่ละครั้ง ความแตกต่างเหล่านี้มิใช่ข้อบกพร่อง หากเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงพลวัตและศักยภาพของศิลปะภาพพิมพ์ในฐานะกระบวนการสร้างสรรค์
ในยุคที่สื่อดิจิทัลสามารถถูกคัดลอกได้อย่างไร้ขีดจำกัดโดยแทบไม่เกิดความแตกต่าง ภาพพิมพ์กลับเสนอความเข้าใจต่อการทำซ้ำในอีกแบบหนึ่ง ภาพพิมพ์จากชุดเดียวกันอาจอยู่ในความครอบครองของผู้คนหลายคน ในหลากหลายสถานที่ หากแต่ยังคงเชื่อมโยงกันผ่านแม่พิมพ์เดียวกัน แต่ละแผ่นจึงไม่ได้บันทึกเพียงภาพ หากยังบันทึกร่องรอยของวัสดุ กระบวนการ และบริบทที่หล่อหลอมให้ผลงานนั้นเกิดขึ้น
นิทรรศการยังสะท้อนบทบาทของการทำงานแบบร่วมมือกันในฐานะองค์ประกอบสำคัญของแวดวงภาพพิมพ์ร่วมสมัยไทย นอกจากศิลปินที่พิมพ์ผลงานด้วยตนเองแล้ว ยังมีผลงานที่พัฒนาขึ้นผ่านสตูดิโอภาพพิมพ์มืออาชีพ ซึ่งช่างพิมพ์ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับศิลปินจากหลากหลายประเทศ หลายคนก้าวเข้าสู่กระบวนการภาพพิมพ์โดยแทบไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่การทำงานร่วมกันได้เปิดพื้นที่ให้เกิดการทดลอง การแลกเปลี่ยนความรู้ และวิธีคิดใหม่ ๆ ผลงานที่ปรากฏในนิทรรศการจึงมิใช่การถ่ายทอดผลงานเดิมผ่านสื่อภาพพิมพ์ หากเป็นผลงานใหม่ที่ก่อรูปขึ้นจากการสนทนาระหว่างศิลปิน ช่างพิมพ์ วัสดุ และกระบวนการสร้างสรรค์
แม้ว่าศิลปะภาพพิมพ์จะเริ่มพัฒนาขึ้นในประเทศไทยเมื่อช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 แต่ปัจจุบันได้ก่อรูปเป็นแวดวงที่มีความหลากหลายทั้งในด้านเทคนิค วิธีคิด และรูปแบบการทำงาน จนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในนานาชาติ และได้รับรางวัลจากเวทีสำคัญอย่างต่อเนื่อง นิทรรศการ Difference and Repetition จึงมิได้มุ่งสำรวจเพียงผลงานของศิลปินแต่ละคน หากยังเผยให้เห็นเครือข่ายของศิลปิน ช่างพิมพ์ และสตูดิโอที่ร่วมกันหล่อหลอมภูมิทัศน์ของภาพพิมพ์ร่วมสมัยไทย ในนิทรรศการนี้ การทำซ้ำไม่ได้หมายถึงความเหมือน หากเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ความแตกต่างค่อย ๆ ปรากฏขึ้นผ่านความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุ กระบวนการ และผู้สร้างสรรค์



ความคิดเห็น